ยุทธการ “ห่านบิน”
Matrix January 7th, 2007
ยุทธการ “ห่านบิน”
ผมเริ่มเข้าสู่วงการหุ้นเมื่อปีค.ศ. 1978 หรือ พ.ศ. 2521
โดยการเป็น Broker ในตลาด Commodity
โดยซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดญี่ปุ่นเป็นหลัก
โดยมีตลาด CBOT (Chicago Board Of Trade)
NYSE (New York Security Exchange)
เป็นตลาดรองและอ้างอิงในการซื้อขาย
ซึ่งเป็นตลาดที่เป็นแหล่งรวมเซียนที่มากและใหญ่ที่สุดในโลก
ตลาด TFEX และ AFEX ปัจจุบันของไทยที่เพิ่งเปิดเมื่อเร็วๆนี้
ถ้าเทียบกันแล้วยังห่างชั้นกันอีกมาก
ทั้งปริมาณซื้อขาย จำนวนสมาชิก และเทคนิคอื่นๆอีกมากมาย
สมัยนั้นการซื้อขายจะดูแนวโน้มและอ้างอิงจากค่า Currency เป็นสิ่งสำคัญที่สุด
สิ่งที่ผมจะต้องตรวจสอบความเคลื่อนไหวก่อนเริ่มงานทุกเช้าคือ “อัตราแลกเปลี่ยน”
ค่าของเงินสกุลหลักใหญ่ๆ มีผลต่อทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจของโลก
รวมทั้งแนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าจำพวก Commodities เป็นอย่างมาก
แม้ปัจจุบันได้เลิกร้างห่างหายการติดตามไปบ้าง แต่ก็ยังติดตามอยู่ห่างๆ
เมื่อราวปีค.ศ 1970 เศรษฐกิจอเมริกาเกิด Mini Crash
เนื่องจากขาดดุลทั้งบัญชีเดินสะพัดและขาดดุลการคลัง
ที่นักวิชาการเรียกว่า “ขาดดุลแฝด” (Twin deficits)
ประเทศที่อเมริกาขาดดุลมากที่สุดคือญี่ปุ่น
เมื่อญี่ปุ่นได้เปรียบดุลการค้าจากอเมริกามากกว่า 10 ปี เป็นจำนวนมหาศาล
ดังนั้นอเมริกาจึงใช้มาตรการตอบโต้กดดันทุกวิถีทาง
โดยการบังคับให้ญี่ปุ่นปรับเปลี่ยนค่าเงินซึ่งขณะนั้นถ้าจำไม่ผิดอยู่ราวๆ 250 Yen / Dollar
และบังคับให้รับซื้อพันธบัตรที่อเมริกาออกมาเป็นจำนวนมาก
เพื่อช่วยอุดหนุน Support อุตสาหกรรมภายในประเทศอเมริกาเอง
ตามที่นักวิชาการเรียกมาตรการนั้นว่า Plaza accord ในปี 1985
พร้อมกับตั้งธงให้กองทุนภายในประเทศ
รวมทั้งจัดตั้งกองทัพกองทุน Hedge Fund ทั้งหลาย
ออกไปแสวงหาผลกำไรจากตลาดหุ้นต่างประเทศทั่วโลก
โดยไม่จำกัดปริมาณทั้งเครื่องมือทั้งทางตรงแลทางอ้อม
รวมทั้งไม่จำกัดทั้งวิถีทางและวิธีการแต่อย่างใด
เมื่อญี่ปุ่นถูกบังคับให้รับซื้อพันธบัตรจำนวนมาก
ทำให้ญี่ปุ่นมีเงินคงคลังเป็น US Dollar มากที่สุดในโลก
ในขณะที่อเมริกาปล่อยให้ค่าเงินของตนเองอ่อนค่าลงอย่างมาก
และใช้มาตรการ Farm Act sanction
(สนับสนุนด้านการเงินโดยอุดหนุนเกษตรกรในประเทศทุกวิถีทาง
เพื่อช่วยเหลือให้ส่งออกได้ในรัฐบาลสมัย จิมมี่ คาร์เตอร์)
ส่งผลให้เงิน Yen แข็งค่ามากขึ้นเรื่อยๆ จาก 250 Yen
จนถึง 100 Yen / Dollar ในเวลาอันรวดเร็ว
เมื่อญี่ปุ่นถูกกดดันมากๆเข้า ส่งออกได้น้อยลงเพราะค่าเงินแข็ง
เจ้าของอุตสาหกรรมส่งออกของญี่ปุ่นก็โวยวายว่า
“หากไม่รีบแก้ไข เห็นทีภาคการส่งออกต้องล้มละลายระเนระนาดแน่”
รัฐบาลญี่ปุ่นจึงระดมสมองมาช่วยแก้ไขด้วยวิธีที่เรียกว่า
ยุทธการ “ห่านบิน” (Flying Geese)
ยุทธการ “ห่านบิน”
คือ “การอพยพย้ายถิ่นฐานที่อยู่ เพื่อเปลี่ยนแหล่งอาหารไปยังแหล่งที่อุดมสมบูรณ์กว่า”
โดยการนำเงินสำรองคงคลังที่เป็นสกุล Dollar ซึ่งมีค่าด้อยลงไปเรื่อยๆ
ออกไปลงทุนทั่วโลกโดยเฉพาะแถบเอเซีย ซึ่งรวมทั้งไทยด้วย
หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ
แปลงสินทรัพย์เงินที่อ่อนค่าให้เกิดผลผลิตในเชิงได้เปรียบ
โดยการย้ายฐานการผลิตออกนอกญี่ปุ่น
เมื่อญี่ปุ่นผลักภาระโดยการนำเงิน Dollar ที่อ่อนค่าลงเรื่อยๆ
ไปลงทุนต่างประเทศ ซึ่งมีทั้ง ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลี
และไทยก็ได้รับอานิสงส์ผลดีจากการนั้นด้วย
อุตสาหกรรมการส่งออกของไทยในตอนนั้นกว่า 80 % เป็นการรับจ้างผลิตโดยญี่ปุ่น
โดยอาศัยแรงงานราคาถูกของไทย แต่สั่งวัตถุดิบต้นน้ำจากต่างประเทศ
หลังจากผลิตเพื่อส่งออกแล้ว
จึงนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปมาจำหน่ายภายในประเทศไทยอีกที
เศรษฐกิจของไทยในยุคนั้น เรียกได้ว่า
เป็น ” ยุคโชติช่วงชัชวาล ”
เงินคงคลังจากไม่กี่พันล้านเหรียญ
ก็เพิ่มขึ้นกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญ
โดยมีภาคการส่งออกเป็นเรือธงนำหน้า
โดยไทยถูกจัดให้เป็นเสือตัวที่ 6
ตามหลัง 5 เสือแห่งเอเชียก่อนหน้านั้น
การที่ญี่ปุ่นกระจายฐานการผลิตไปทั่วโลกโดยเฉพาะเอเซีย ซึ่งอยู่ใกล้
ยิ่งทำให้เกินดุลการค้าต่ออเมริกาและต่อโลกเป็นจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม
จนญี่ปุ่นตระหนักดีว่า :
หากขนเงินกลับประเทศตัวเอง ค่าเงินก็จะยิ่งแข็งไปกันใหญ่
จึงจัดสรรเงินให้ความช่วยเหลือ(ให้กู้)ระยะยาว
แก่ประเทศที่ญี่ปุ่นเข้าครอบงำทางเศรษฐกิจทั้งหลาย
โดยการให้กู้ระยะยาวดอกเบี้ยต่ำ เป็นเวลา 10-50 ปีขึ้นไปด้วยเงิน Dollar
โดยมี Option ไม่ระบุค่าเงินที่จะชดใช้คืนในภายภาคหน้า
อาจเป็น Yen US Dollar Pond หรืออะไรก็ได้สุดแท้แต่ญี่ปุ่นจะเรียกคืนในภายหลัง
ซึ่งวิธีนี้ ทำให้ญี่ปุ่นสามารถกำหนดค่าเงินในอนาคตของตนเองได้อย่างสิ้นเชิง
ถึงแม้จะได้เปรียบดุลการค้าทั่วโลกมากมายมหาศาลจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ก็ตาม
ขอบคุณมากครับ พี่ matrix เป็นบทความที่ดีมากๆ
สมควรที่นักลงทุนในไทยทุกคนจะอ่านไว้เป็นอาหารสมอง
หาอ่านได้ยากยิ่งครับ
ขอบคุณครับพี่ matrix
ติดตามอ่านบทความของพี่ตลอดครับ
เข้ามาลงชื่อนับถือฝีมือพี่แมทครับ
สุดยอดจริงๆ ครับ พี่เมทริก
เปิดหูเปิดตาผม….อย่างแรง !!!
ขอบคุณมากครับ เปิดหูเปิดตาได้มากเลย
ขอบคุณมากครับพี่เมทริก
ได้เปิดหูเปิดตาแล้ว
สาเหตุที่ญี่ปุ่นเกินดุล แล้วก็เกินดุลไปเรื่อยๆ
ก็เพราะอย่างนี้นี่เอง
ขอบคุณที่แนะนำให้อ่านครับ
สุดยอดครับ พี่ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณสำหรับความรู้ที่พี่มอบให้ครับ (แต่ทำไมต้องเป็นห่าน ไม่เป็นสัตว์ปีกชนิดอื่น หรือสัตว์ชนิดอื่นที่สามารถอพยพข้ามแดนได้เพื่อหาแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์กว่านะ)
เป็นความรู้ที่บริโภคได้ทันที Instant Knowledge แทบไม่ต้องย่อยเลยครับ เข้าใจง่าย รู้เรื่องมากๆครับพี่
ขอบคุณมากครับ ที่เขียนบทความดีๆ มาให้อ่าน เขียนอีกเยอะๆเลยนะพี่ (ถ้าไม่เหนื่อยซะก่อน)แล้วจะรออ่าน
ขอบคุณเพื่อนๆทุกท่าน ที่แวะมาทักทายเยี่ยมเยียน
และขอบคุณสำหรับคำชมของทุกท่านครับ
ขอถือเป็นกำลังใจ เพื่อพยายามเขียนให้ดีกว่านี้ต่อไปครับ
หาฟังที่ไหนไม่ได้นะครับ ต้องที่นี่ที่เดียว ขอบคุณครับ
flying geese กำลังเกิดขึ้นกับ จีน ใช่ไหมครับพี่แมกซ์
น่าทึ่งมากครับ วิธีคิดของคนญี่ปุ่น พี่แมกซ์ มีอีกไหม อยากฟังอีกครับ
ขอบคุณมาก ให้ความรู้ดีมากเลย
ขอบคุณครับ
ยอดมากๆ
สุดยอดกลยุทธเลยนะเนี่ย นับถือ นับถือ
ล้ำลึกๆ ข้าน้อยขอคารวะ
ตอนนี้ก็ทำงานในเครือธนาคารของญี่ป่นอยู่
บทความเป็นประโยชน์มากค่ะ เป็นความรู้รอบตัวสำหรับทุกคน